หลังจากที่ได้มีการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องของป้ายไฟ LED กันไปแล้วถึงวิธีการทำทั้งที่เป็นป้ายเชียร์ ป้ายโฆษณาร้าน สำหรับตึกบางแห่งนั้นใช้หลอดไฟ LED ในการประดับตึกของตนเองให้สวยงามรวมถึงบางแห่งทำการเปลี่ยนตึกของตนเองให้เป็นป้ายโฆษณาขนาดใหญ่เลยก็มีซึ่งทำให้ได้รับความสนใจไปอีกแบบ โดยรวมแล้วหากมีความต้องการป้ายลักษณะนี้แต่ไม่อยากเสียเวลาทำเองก็มีร้านที่ปัจจุบันเปิดให้บริการอยู่จำนวนไม่น้อย และด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วจึงได้มีการนำหลอดไฟ LED ไปใช้งานร่วมกับทีวี LED จากเมื่อก่อนนั้นที่ใช้กันทีวีจอนูนหรือที่เรียกว่า Crt (Cathode Ray Tubes) ใช้กันมาตั้งแต่รุ่นแรกที่เริ่มมีทีวีซึ่งในปัจจุบันนั้นยังพอจะพบได้ว่ามีการใช้งานจอทีวีแบบนี้อยู่บ้าง

LCD-TV-line

ยุคที่จอทีวีจะบางขึ้นอย่าง LCD ทีวี (Liquid Crystal Display) ที่พัฒนาออกมาพร้อมกับใช้เพื่อเป็นจอคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะเป็นการผลิตออกมาที่ใช้งานได้หลายประโยชน์ ในปัจจุบันยังคงมีการใช้งานอยู่ทั่วไป ใช้หลอดไฟที่เรียกว่า CCFL (Cold Cathode Fluorescent Lamp) วางเป็นแนวยาวอยู่ด้านล่างสุดของจอภาพ

Plasma-TV

Plasma เป็นการทำงานโดยใช้แรงดันไฟฟ้าเพื่อทำให้จุดพิกเซลเกิดแสงสว่างดูเป็นสบายตามธรรมชาติ กินไฟสูงซึ่งก็อยู่ที่ความนิยมส่วนบุคคล

LED-TV

บางเหมือนกันกินไฟน้อยสุดกับจอ LED ให้ผลการแสดงภาพที่ชัดเจนตอบสนองได้ดีกว่า LCD และ Plasma โดยเฉพาะสีดำที่จะออกมาแบบดำสนิท จอ LED เองนั้นหากแบ่งประเภทสามารถกำหนดได้จากลักษณะของการวางหลอก LED

1.LED RGB เป็นการวางหลอด LED เต็มพื้นหลังมีหลอดหลักๆ เพียง 3 สีตามชื่อคือ R สีแดง B สีฟ้า G สีเขียวแล้วจะดีกว่าแบบอื่นได้อย่างไร คำตอบคือ 3 สีนี้เป็นสีหลักที่เมื่อนำมาผสมกันแล้วจะสามารถเกิดสีต่างๆ ได้อย่างมากมายจึงไม่จำเป็นต้องใช้ให้ตรงตามสีเฉพาะ

2.FULL LED วางหลอด LED เต็มพื้นที่หน้าจอโดยใช้สีหลักเหมือนกัน ตัวหน้าจอเองจึงมีความหนาเพิ่มขึ้นแลกกับสีสันที่ออกมาสวยกว่า

LED EDGE ตามชื่อคือการติดตั้งเฉพาะตัวหลอด LED ที่ขอบหน้าจอทั้ง 4 ด้านเท่านั้นแล้วทำการยิงแสงมาสู่กลางจอ สีที่ได้จะไม่ชันเจนกว่าแบบอื่นในกลุ่มเดียวกัน

หากเป็นการเลือกทีวีที่ใช้งานหลอด LED บางครั้งอาจจะต้องถามด้วยว่าเป็นแบบไหนท่านจะได้รู้ถึงความแตกต่างกันในแต่ละแบบเมื่อดูด้วยตาของตัวเองช่วยในการตัดสินใจได้ดีกว่า ที่สำคัญเมื่อยิ่งดีก็จะยิ่งมีราคาที่สูงตามไปด้วยและเวลานี้มี LED ทีวีที่เป็นมือโทรศัพท์มือถือไปแล้วสามารถเดินดูได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป

การทำป้ายไฟที่สามารถนำไปใช้งานร่วมกับไฟบ้านได้ ตามขั้นตอนประกอบส่วนใหญ่แล้วยังจะคงเหมือนเดิมแต่สิ่งที่จะเพิ่มเข้ามามี 2 อย่างด้วยกัน ตัวต้านทานกระแสไฟฟ้าและหม้อแปลงไฟ

fixed resistors

ตัวต้านทานกระแสไฟฟ้า (Resistor) หรือที่เราเรียกกันว่า โอห์ม เป็นหน่วยการวัดกระแสไฟฟ้าไม่ใช่ชื่อเรียกทางการ ซึ่งเจ้าโอห์มนี้ก็มีหลายแบบ

1.โอห์มแบบคงที่ (fixed resistors) เป็นตัวต้านทานแบบไม่สามารถเปลี่ยนแปลงค่าได้

2.โอห์มแบบเปลี่ยนค่าได้ (Variable Resistors) สามารถทำการปรับเปลี่ยนค่าโอห์มได้ตามต้องการเหมาะกับการใช้งานที่หลากหลาย

3.โอห์มแบบพิเศษ (special resistors) ที่ใช้การวัดค่าจากสิ่งอื่นเป็นตัวกำหนดการทำงานเช่นแสงแดด

4.โอห์มแบบแบ่งค่าได้ (tapped resistors) เป็นโอห์มที่สามารถแบ่งค่าความต้านทานได้หลายระดับในตัวเดียว

5.โอห์มปรับแต่งค่าได้ (adjustable resistors) ซึ่งการทำงานจะต่างกับโอห์มแบบเปลี่ยนค่าได้เพราะแบบที่ 2 นั้นสามารถปรับและสะดวกกว่าโอห์มแบบที่ 5 เนื่องจากการออกแบบมาเพื่อให้เหมาะสมกับอุปกรณ์นั้นต่างกันพอสมควร

แต่สำหรับเราแล้วถ้าจะเลือกใช้โอห์มนั้นเป็นโอห์มแบบคงที่ (fixed resistors) ขนาดความต้านทาน 220 โอห์ม – 300 โอห์ม ก็เพียงพอในการทำมาใช้งาน ส่วนจะใช้มาน้อยเท่าไหร่ขึ้นอยู่กับการต่อวงจรเช่นสายไฟขั้วบวกเข้าเท่าไหร่ต้องใช้เท่านั้นไม่นับขาหลอด LED ที่เชื่อมต่อกัน

Adapter

หม้อแปลงไฟฟ้า ทำหน้าที่แปลงไฟให้เหมาะสมกับอุปกรณ์ที่ใช้งานเพื่อป้องกันการรัดวงจรในกรณีที่อุปกรณ์ได้รับไฟมากเกินความจำเป็นอีกทั้งยังรักษาแรงดันไฟฟ้าให้คงที่ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการประกอบและสำหรับการเลือกซื้อหม้อแปลงไฟฟ้านั้นต้องคำนวณจากแอมป์ของชุดป้ายไฟที่เราประกอบคิดได้จากจำนวนหลอดไฟ LED ว่า 1 หลอดนั้นใช้ไฟประมานเท่าไหร่จากนั้นนำมาบวกกันจะได้เป็นค่า A เช่น 12V 5A เป็นต้น ฉะนั้นหากตัวหม้อแปลงไฟฟ้ามีค่า V มากกว่าจำนวนที่ใช้งานถือว่าใช้งานได้ แต่หากว่าน้อยกว่าค่า V ที่เราต้องการแล้วจะมีปัญหาตามมาภายหลังได้ การต่อสายไฟต้องดูให้ดีก่อน หากนำสายไฟที่จะเสียบปลั๊กมาต่อเข้ากับขั้ว +- แล้วนำสายไฟที่จะต่อกับป้ายไฟไปใส่ LN รับรองได้ว่าเกิดปัญหาแน่นอนและช่อง L กับ N นั้นถ้าตัวหม้อแปลงไฟฟ้ามีการระบุอย่างชัดเจนต้องต่อให้ตรงเมื่อท่านใช้สายไฟเมนของตัวบ้านถ้าไม่แน่ใจเรียกช่างไฟแถวบ้านมาต่อในส่วนนี้ให้จะดีกว่าเพื่อความปลอดภัย และถ้าต้องการเพิ่มลูกเล่นให้กับป้ายไฟของเราแล้วล่ะก็ต้องมีการเพิ่มอุปกรณ์อีก 1 ชิ้นได้แก่ วงจรไฟกระพริบหรืออาจจะเป็นแบบอื่นก็ย่อมได้ซึ่งต้องคิดถึงหม้อแปลงไฟฟ้าด้วยอย่าลืม

Signs on the coffee stand

ปัจจุบันสื่อโฆษณามีการพัฒนาหลากหลายรูปแบบเพื่อเข้าถึงกลุ่มตลาดต่างๆ ได้มากที่สุดป้ายโฆษณาเป็นอีกส่วนหนึ่งของการสื่อสารที่ทำให้ผู้สัญจรไปมาได้เห็น ต่อมาได้มีแนวคิดเกี่ยวกับป้ายแบบใหม่ที่ไม่ใช่เพียงการโฆษณาเท่านั้น ยังใช้เป็นการเชียร์สำหรับแฟนคลับที่ชื่นชอบดารา นักร้องอีกด้วย ทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะหลอดไฟ LED ซึ่งนอกจากหลอดไฟ LED แล้วก็ยังมีการประยุกต์เป็นลักษณะของป้ายที่ทำการเขียนและลบออกได้ทำให้เกิดความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นใช้งานซ้ำได้หมดปัญหาเรื่องที่จะต้องสั่งทำใหม่บ่อยๆ หากมองจากโดยรวมจากที่เห็นแล้วอาจจะอยากรู้ว่าข้างในเป็นอย่างไร ซึ่งดูแล้วส่วนประกอบมีอยู่ 4 อย่างด้วยกัน

LED signs

เริ่มจากกรอบขึ้นอยู่กับว่าท่านต้องการกรอบที่เป็นแบบไหนแต่จากที่เห็นส่วนใหญ่จะเป็นกรอบสี่เหลี่ยมน่าจะเป็นเพราะทำให้ลูกค้าสามารถคำนวณได้ง่ายกว่าการที่บอกแบบเป็นทรงกลม หากจะถามว่าร้านสามารถทำได้หรือไม่แน่นอนว่าได้แต่ทางร้านก็คงคิดเป็นแบบกรอบสี่เหลี่ยมให้กับลูกค้าส่วนที่เกิดวงกลมคงต้องถูกตัดออกอย่างหน้าเสียดาย

LED signs-two

กระจกสำหรับเขียนตัวอักษรเพื่อการใช้งานที่นานและทนทานนั้นวัสดุจะไม่ใช้กระจกแท้ ทดแทนด้วยแผ่นอะคริลิก หรือแบบอื่นที่ร้านมีให้บริการ

หลอดไฟ LED โดยก่อนหน้าเราได้พูดถึงเกี่ยวกับหลอดไฟ LED ที่สามารถเปลี่ยนสีของไฟได้ภายในหลอดเดียวกันจึงถูกนำมาใช้สำหรับงานนี้ จำนวนหลอดไฟ LED อาจจะทำการกำหนดไม่ได้ว่าท่านต้องการเท่าไหร่ใน 1 ชุด พร้อมกับตัววงจรที่ใช้ในการกำหนดแสงที่จะให้แสดงออกมา เมื่อก่อนหากตั้งค่าเสร็จแล้วก็จะเป็นแบบนั้นไปตลอดแต่ทุกวันนี้หากอยากได้สีไหนปรับเปลี่ยนได้ตามใจชอบเพราะมีรีโมทให้ใช้งานเพิ่มความสะดวกขึ้นไปอีก

Pen-write

อย่างสุดท้ายปากกาที่ใช้สำหรับเขียนที่มีหลายขนาดของหัวปากการาคาขึ้นอยู่กับขนาดของปากการวมถึงจำนวนของสีที่ต้องการ เมื่อเขียนได้แล้วก็ยังสามารถทำการลบออกได้ใช้งานได้นานกว่า

สำหรับสิ่งที่บอกกล่าวกันนั้นก็มักจะมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไปตามแต่ละมุมมอง หากมองทางด้านธุรกิจการที่ทำป้ายใหม่ทั้งอันทำให้มีรายได้ที่ดีกว่าอย่างแน่นอนแต่ลูกค้ายังไงแล้วก็ยังคงต้องหาร้านที่ถูกกว่าอยู่เสมอ และถ้าเป็นป้ายแบบนี้สิ่งที่เป็นจุดขายไม่ใช่เป็นตัวของอุปกรณ์แต่เป็นปากกาสำหรับเขียนที่ลูกค้าจะต้องซื้ออยู่เป็นประจำ หรืออุปกรณ์อย่างอื่นเช่น ตัวแบตเตอรี่ ขาตั้ง และวงจรภายในหากมีปัญหา ป้ายแบบนี้ไม่ได้มีขนาดใหญ่อย่างเดียวขนาดเล็กก็มีให้บริการสามารถนำไปใช้เชียร์ได้เหมือนกัน

เมื่อรู้จักหลอดไฟ LED ไปแล้วกับเนื้อหาแรกมาสู่การเตรียมอุปกรณ์เพื่อเริ่มลงเมื่อทำกันเลย หลอดไฟ LED ตามจำนวนที่ต้องการโดยราคาจะมีการแบ่งตามสี ถูกสุดราคาจะอยู่ที่ประมานหลอดละ 1 บาทเศษๆ ถึงประมาน 5 บาทต่อหลอด สำหรับป้ายที่พื้นที่เล็กหรือพกพาไปไหนได้ สายไฟไม่จำเป็นต้องยาวมากเป็นคนละสีกันจะดีมากเพราะหากว่าเป็นสีเดียวกันแล้วต่อสลับจะเสียเวลาในการรื้องานเพื่อหาจุดผิดพลาด รางใส่ถ่านขาดใดก็ได้หากใช้หลอกไฟไม่มากเท่าไหร่นั้นแนะนำว่าเป็นรางถ่านที่ใช้ถ่าน AA 2-3 ก้อนก็พอถ้าจะให้ดียิ่งกว่านั้นเลือกใช้รางถ่านที่มีสวิตช์เปิดปิดภายในตัวเพื่อง่ายต่อการใช้งาน อุปกรณ์ที่ใช้ในการบัดกรีเช่นน้ำยาผสาน หัวแร้ง ตะกั่วบัดกรี วัสดุที่จะนำมาใช้คิดหลอดไฟ LED อาจจะเป็นฟิวเจอร์บอร์ดหรือวัสดุอื่นตามความเหมาะสมต่อการใช้งานหากเลือกวัสดุที่มีน้ำหนักมาอาจจะยากต่อการใช้งาน ขั้นตอนการทำจะยากเฉพาะตอนที่บัดกรีและต่อสายไฟซึ่งหากต่อผิดแน่นอนว่าไฟจะไม่ติดและต้องจี้บัดกรีออกต่อใหม่เริ่มกันเลย

Set-Front

1.ออกแบบตัวอักษรที่ต้องการไม่ว่าจะเป็นการเขียนเองด้วยมือหรือใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในการทำแล้วปริ้น

future board-all

2.เมื่อได้แบบตัวอักษรแล้วนำไปเขียนลงบนวัสดุที่ต้องการทำเป็นป้ายไฟ โดยที่ตอนแรกแนะนำให้เป็นฟิวเจอร์บอร์ดก็เพราะว่าจะต้องนำหลอดไฟ LED ปักลงไปให้ถึงอีกฝั่งหนึ่งซึ่งสามารถใช้เข็มช่วยเจาะเป็นรูไว้ก่อนได้หากฟิวเจอร์บอร์ดแข็งเกินกว่าที่ขาของหลอดไฟจะทะลุผ่าน กะจำนวนที่จะต้องใช้งานให้พอดีกับตัวป้ายและตัวอักษร ปกติแล้วจะปักหลอดไฟแต่ละหลอดห่างกันประมาน 1.5 ถึง 2 เซนติเมตร สิ่งสำคัญเมื่อทำการปักหลอดไฟขาหลอดไฟจะมีขั้วบวกกับขั้วลบควรวางให้เป็นแนวเดียวกันลงมาเพื่อง่ายต่อการบัดกรี หากไม่อยากเสียความรู้สึกเมื่อต่อเสร็จแล้วก่อนปักหลอดไฟตรวจสอบเสียหน่อยว่าไฟติดหรือไม่จะได้ไม่ต้องแก้ใหม่ทีหลัง

make-set

3.การบัดกรีให้ทำการดันขาแต่ละขั้วมาต่อกันขั้วบวกก็ดันขั้วบวกให้หมดมาเชื่อมกันจากนั้นบัดกรี แต่ต้องจำให้ได้ว่าฝั่งไหนขั้วบวกหรือลบเพราะจะต้องทำการต่อสายไฟอย่างที่กล่าวไปแล้ว โดยให้สายไฟเชื่อมขั้วเดียวกันเข้าทั้งหมดจากนั้นลองทดสอบไฟอีกครั้ง เมื่อได้แล้วหาตำแหน่งที่จะติดตั้งรางถ่านอาจจะใช้กาวสองหน้าติดลงบนตัววัสดุ

4.เก็บงานให้เรียบร้อยจากนั้นก็พร้อมที่จะไปเชียร์ได้ทันที

ขั้นตอนที่ต้องระวังมีเพียงขาขั้วของหลอดไฟ และการเชื่อมสายไฟเท่านั้น วิธีนี้เป็นการต่อแบบใช้ถ่านอย่างเดียวไม่สามารถนำไปใช้งานร่วมกับไฟบ้านได้ ครั้งหน้าเรามาดูวิธีทำด้วยกันในแบบไฟบ้าน

จริงๆ แล้วการที่จะทำป้ายไฟลักษณะนี้ไม่ว่าใครก็สามารถที่จะทำได้เองที่บ้านไม่ว่าจะทำให้คนที่รักหรือจะทำเพื่อไปเชียร์ดาราและอย่างอื่นที่ต้องการ ซึ่งอาจจะใช้เวลาในการทำนานไปบ้างแต่เมื่อได้เห็นผลงานตัวเองแล้วคุณจะชอบอย่างมากเริ่มต้นด้วยการรู้เกี่ยวกับหลอดไฟ LED กันก่อน

lamp-old

Light-Emitting Diode หรือที่เรียกกันว่า LED เป็นวิวัฒนาการการของหลอดไฟที่ต่างจากเมื่อก่อนเป็นอย่างมาก จากเดิมที่ใช้หลอดไฟสมัยก่อนนั้นจะมีเพียงหลอดไส้ หลอดฟลูออเรสเซนต์ และหลอดตะเกียบ

LED-RG

1.หลอดไฟ LED จะไม่มีการใช้สารปรอททำให้ทำให้ปลอดภัยขึ้นอีกทั้งมีผลดีต่อสิ่งแวดล้อมและยังถนอมสายตา

2.บางคนอาจจะเคยสังเกตว่าทำงานไม่โดนแดดทำไมถึงดำขึ้นนั้นก็เพราะว่าเกิดจากหลอดไฟหลอดฟลูออเรสเซนต์ หลอกไฟ LED ให้แสงสว่างในแบบที่เป็นแสงธรรมดาไม่มีรังสี UV ผสมจึงทำให้ผิวไม่คล้ำอีกทั้งยังไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายซึ่งหากได้รับรังสี UV เข้าไปทุกๆ วันย่อมมีผลต่อร่างกาย

3.สามารถใช้งานได้นานกว่าโดยหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์อยู่ที่ประมาน 2 หมื่นชั่วโมงการใช้งาน ส่วนหลอดไฟ LED จะมีชั่วโมงการใช้งานอยู่ที่ 3 หมื่นชั่วโมงขึ้นไปจนถึง 4 หมื่นชั่วโมงโดยประมาน

4.หากท่านกำลังใช้หลอดไส้อยู่เมื่อเปลี่ยนเป็นหลอดไฟ LED จะประหยัดไฟเพิ่มขึ้นอีกประมาน 85% หลอดไฟ LED มีการผลิตขึ้นมาหลายขนาดตั้งแต่ใช้ในงานประดิษฐ์ไปจนถึงใช้งานตามอาคารที่พักอาศัย ความร้อนที่ได้รับจากหลอดไฟ LED จะน้อยกว่าหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์อีกทั้งยังมีขนาดเล็กกว่าแต่ให้ความสว่างมากกว่า แสงไฟที่ได้จะมีคุณภาพสูงกว่า

RBG-LED

ลักษณะของหลอดไฟ LED มีดังนี้

1.หลอดไฟ LED สีรุ้ง เป็นหลอดไฟที่สามารถเปลี่ยนสีได้หลากหลายในหลอดเดียวกันผ่านตัวควบคุมทำให้บังคับการวิ่งของแสงไฟได้จากบนลงล่างก่อนหรือจะด้านขวาไปซ้ายก็ได้

2.หลอดไฟ LED ที่เป็นยาง ความพิเศษคือสามารถดัดทำเป็นตัวอักษรได้สะดวกไม่ต้องต่อที่หลอด

3.หลอดไฟ LED แบบเดี่ยวเป็นพิกเซลหรือจุดๆ นำมาต่อด้วยมือเหมาะแก่การใช้งานกับป้ายที่ไม่ใหญ่มาก

4.ลักษณะป้ายไฟโฆษณา คล้ายกับจอทีวี LED การทำงานจะคล้ายกับข้อ 1. อาจจะแตกต่างกันที่ขนาดเท่านั้น

ซึ่งตอนนี้ท่านได้ทราบถึงหลอดไฟ LED ชนิดต่างๆ ที่มีแล้ว ขึ้นอยู่กับว่าป้ายที่จะทำนั้นเหมาะสมกับแบบไหนมากที่สุด โดยในครั้งหน้าจะมาแนะนำกันต่อว่ามีอุปกรณ์ชนิดใดอีกที่ต้องนำมาใช้งานร่วมกับป้ายชนิดต่างๆ ตามขนาด