LED หรือที่มีชื่อเต็มว่า “Light-emiting diode” เป็นส่วนประกอบไฟฟ้าที่ปล่อยแสงเมื่อเชื่อมต่อกับกระแสตรง มันทำงานบนหลักการ Electroluminescent มันสามารถเปล่งแสงในสเป็คเตอร์ที่มองเห็นได้เช่นเดียวกับในอินฟาเรดและรังสีอัลตราไวโอเลต มันมีลักษณะการใช้พลังงานต่ำ มีขนาดเล็ก อายุการใช้งานที่ยาวนาน มีการตอบสนองเร็วกว่าหลอดไฟทั่วไป ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ถูกนำมาใช้ประยุกต์ใช้งานอย่างหลากหลาย

ในปี 1907 นักทดลองชาวอังกฤษในห้องปฏิบัติการของมาร์โคนี Henry Joseph Round สังเกตเห็นว่าเมื่อมีการใช้ไฟฟ้า 10 โวลต์ กับคริสตัลคาร์บอรันดัมที่ปล่อยแสงสีเหลือง อย่างไรก็ตามคนที่นำมันมาใช้งานได้จริงคือ Oleg Vladimirovich Losev จากรัสเซีย ในปี 1927 เขาได้ตีพิมพ์บทความเกี่ยวกับมันลงเผยแพร่จนเกิดความสนใจไปทั่วโลก

เป็นเวลานานกว่าหลายสิบปีมันก็ไม่ได้ถูกนำมาพัฒนาต่อ จนกระทั่ง Rubin Brausein ที่ทำงานที่ Radio Corporation of America รายงานในปี 1955 ว่าไดโอดธรรมดาบางตัวเปล่งแสงอินฟราเรดเมื่อเชื่อมต่อกับกระแสไฟฟ้า ในปี 1961 Gary Pittman และ Bob Biard จาก Texas Instruments พบว่าไดโอดแกลเลียม- เปล่งแสงอินฟราเรดทุกครั้งที่เชื่อมต่อกับกระแส ในปีเดียวกันพวกเขาได้รับสิทธิบัตร LED อินฟราเรด

news-LED-lamp-history-site

วิวัฒนาการของ LED

Nick Holonyak Jr. ทำงานใน General Electric พัฒนาเทคโนโลยีนี้ต่อในปี 1962 ไดโอดเปล่งแสงแรกที่เปล่งแสงเป็นไฟ LED สีแดง M. George Craford ซึ่งเป็นนักศึกษาปริญญาโทของ Holonyak ได้คิดค้น LED สีเหลืองตัวแรกและ LED สีแดงที่สว่างกว่า Thomas P. Pearsall พัฒนาไดโอดเปล่งแสงความสว่างสูงในปี 1976 เพื่อใช้กับไฟเบอร์ออปติกในการสื่อสารโทรคมนาคม

Shuji Nakamura ของ Nichia Corporation ผลิต LED สีน้ำเงินครั้งแรกในปี 1979 แต่มันแพงเกินไปสำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์จนถึงปี 1994 ตอนนี้ไดโอดเปล่งแสงสามารถผลิตได้ในสีเดียวหรือหลายสี ในตอนแรกไดโอดเปล่งแสงมีราคาแพงมากๆ ชิ้นละ 200 เหรียญสหรัฐ ด้วยเหตุนี้จึงใช้เป็นตัวชี้วัดเฉพาะในอุปกรณ์ห้องปฏิบัติการที่มีความเชี่ยวชาญสูง

Fairchild Semiconductors ประสบความสำเร็จในปี 1970 ในการลดต้นทุนของ LED แต่ละตัวเหลือเพียงแค่ 5 เซนต์ โดยเปลี่ยนกระบวนการผลิตมาเป็นแบบชิปเซมิคอนดักเตอร์สำหรับไดโอดเปล่งแสง ด้วยการใช้นวัตกรรมวิธีการบรรจุภัณฑ์และกระบวนการผลิตชิปทำให้ Fairchild ผลิต LED สำหรับผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ได้สำเร็จ

LED ที่มีแสงสว่างถูกนำมาใช้แทนหลอดไส้และไฟนีออน เนื่องจากมันมีข้อได้เปรียบกว่าในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านความสว่างหรือแม้แต่การประหยัดไฟ มันถูกนำมาใช้ใน เครื่องคิดเลข นาฬิกา และไฟฉายไฟ นอกจากนี้แอลอีดีอินฟราเรดยังนำไปใช้ในรีโมททีวี ดีวีดี และในอุปกรณ์อื่นๆ ที่ต้องการการควบคุมแบบไร้สาย ข้อดีของไดโอดเปล่งแสงนั้นมีอยู่มากมาย แต่ก็มีข้อบกพร่องเช่นกัน นั่นคือราคาที่แพงกับความร้อนสูง