หลอดไฟเมทัลฮาไลต์ เป็นหลอดไฟขนาดเล็กที่ให้ความเข้มข้นสูง และมีประสิทธิภาพของแสงมาก เมื่อปลายทศวรรษที่ 1960 มักถูกนำไปใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม แต่ในปัจจุบันนี้ได้มีการนำหลอดไฟประเภทนี้มาใช้งานในเชิงพาณิชย์มากขึ้น เช่น ที่อยู่อาศัย, พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ เนื่องจากหลอดสามารถทำงานภายใต้ความดันและอุณหภูมิสูงๆได้อย่างไม่มีปัญหา

หลอดไฟเมทัลฮาไลต์ มีทั้งแบบประเภทที่ให้แสงสว่างทั่วไป กับให้แสงเฉพาะอย่าง อาทิ หากต้องการแสง UV หรือความถี่สีน้ำเงินสูง เพราะมีความสามารถในการส่องคลื่นแสงได้เป็นวงกว้าง จึงมักถูกนำไปใช้ในโรงยิมสำหรับแข่งกีฬา เพราะเวลาที่มีการถ่ายทอดสดจะช่วยให้ได้ภาพดูเป็นธรรมชาติ หรือถูกนำไปใช้ติดตั้งในตู้เลี้ยงปะการังที่ต้องความเข้มของแสงสูง แม้กระทั่งห้างสรรพสินค้าเองก็นำหลอดประเภทนี้มาใช้เช่นกัน

เมื่อเริ่มต้นเปิดเครื่องเพื่อใช้งานหลอดไฟเมทัลฮาไลต์จะไม่ติดได้ในทันที เพราะมันจะเริ่มต้นผลิตกำลังไฟ ซึ่งจะติดเต็มที่ได้มาจากองค์ประกอบจากเวลา อุณหภูมิ และความดันที่อยู่ภายในหลอด arc อาร์กอน หากอยู่ในสภาวะที่พอเหมาะก็จะใช้เวลาไม่กี่วินาที

บางครั้งหลอด arc มีความเสี่ยงที่จะระเบิดได้ ถ้ามีปัจจัยต่างๆ ที่เอื้ออำนวย เช่นความร้อน, เกิดการสั่นสะเทือนของไอปรอท ส่งผลให้หลอด arc เปลี่ยนสภาพเป็นสีดำ,ด่างๆ ซึ่งสาเหตุอาจมาจากหลอดเสื่อมสภาพ หรือแม้จะเป็นหลอดใหม่ก็มีโอกาสได้ถ้าเกิดความผิดพลาดตั้งแต่กระบวนการผลิต จะตรวจสอบพบได้ก็ต่อเมื่อส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์ แต่ก็น้อยมากเพราะผู้ผลิตจะต้องตรวจสอบข้อบกพร่องเสียก่อนที่จะนำออกมาจำหน่าย และส่วนประกอบของหลอดไฟเมทัลฮาไลต์มีก๊าซที่มีความดันสูง เมื่อเกิดระเบิดเศษของหลอด arc ก็จะกระจายไปทุกทิศทางด้วยความเร็วสูง กรณีที่โคมไม่ได้ทำมาจากกระจกนิรภัย ชิ้นส่วนของกระจกที่มีความร้อนก็จะแตกใส่คนที่อยู่ในบริเวณนั้น จนทำให้เกิดการบาดเจ็บสาหัส เสียหาย และเพลิงไหม้ได้ในที่สุด

แต่จากสถิติพบว่าหลอด arc มีเปอร์เซ็นต์ที่จะล้มเหลวได้น้อยมาก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย เพราะฉะนั้นเราจึงควรเพิ่มความระมัดระวังเพื่อลดความเสี่ยงได้ ดังนี้

  1. เลือกซื้อหลอดไฟจากบริษัทผู้ผลิตที่มีชื่อเสียงและพยายามอย่าใช้หลอดที่ไม่ทราบที่มาที่ไปชัดเจน
  2. ก่อนติดตั้งควรตรวจสอบอีกครั้งเพื่อป้องกันข้อผิดพลาดต่างๆ เช่น ตรวจ cracks นอกหลอดหรือในหลอด
  3. คะเนอายุการใช้งานของหลอดเพื่อที่จะได้เปลี่ยนหลอดใหม่ก่อนหมดอายุ
  4. กรณีที่ต้องเปิดใช้หลอดไฟตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน ควรให้หลอดได้พักด้วยการปิด 15 นาที ในทุกๆ 7 วันของการทำงาน

เลือกใช้โคมไฟที่มีกระจกนิรภัย เพื่อป้องกันผลกระทบจากการระเบิดหากมีเหตุการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้น