วิวัฒนาการของป้ายไฟ

ป้ายไฟที่เห็นกันอยู่ทั่วไปทุกเมืองและแทบทุกประเทศในโลก มีจุดกำเนิดขึ้นครั้งแรกๆ ในยุค 1960 ป้ายไฟยุคแรกใช้ในการโฆษณาสินค้า ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่การโฆษณาสินค้าในรูปแบบต่างๆ ถือกำเนิดและเฟื่องฟูขึ้น หลังยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศต่างๆ เริ่มกลับมาฟื้นฟูจากความบอบช้ำภัยสงคราม ประเทศทางฝั่งยุโรปและอเมริกาส่วนใหญ่ผู้หญิงขึ้นมามีบทบาทในบ้าน การจับจ่ายซื้อของมักเป็นหน้าที่ของแม่บ้านการโฆษณา สมัยนั้นจึงมุ่งเน้นไปที่ผู้หญิงจากการป่าวประกาศขายสินค้าไปตามถนน ก็เปลี่ยนรูปแบบมาเป็นการแจกใบปลิวโฆษณา จนกระทั่งมีการคิดป้ายโฆษณาเพื่อปิดตามถนนหนทางขึ้นมีรูปแบบที่น่าสนใจมากขึ้น โดยรถยนต์ยี่ห้อ โฟล์คสวาเก้น เป็นผู้บุกเบิกการโฆษณาที่มีภาพและสโลแกนดีๆ ติดเป็นป้ายคัทเอ้าท์ขนาดใหญ่เป็นเจ้าแรก เมื่อมีการทำป้ายโฆษณาใหญ่นี้ขึ้นมา รถโฟล์คสวาเกนก็ได้รับความสนใจมียอดขายที่ดีเป็นประวัติการณ์ทำให้ธุรกิจอื่นๆ ก็ทำตามบ้าง แต่ป้ายในยุคแรกยังไม่ติดไฟเป็นรูปแบบป้ายไฟ จึงทำให้มองเห็นไม่ชัดในเวลากลางคืน จุดกำเนิดของผู้ที่นำไฟมาติดที่ป้ายคนแรกนั้นไม่ได้มีการบันทึกไว้ แต่ป้ายไฟก็ได้ถือกำเนิดขึ้นหลังการบูมของคัทเอ้าท์และป้ายโฆษณาในยุค 60 เพียงไม่นาน สถานที่ที่มีป้ายไฟติดอยู่มากที่สุดในโลกก็คงไม่พ้อนย่านคาสิโนของเมืองลาสเวกัส ที่นั่นกลายเป็นถนนที่ไม่เคยสงบเป็นย่านที่ไม่เคยหลับใหลนักท่องเที่ยวที่ไปเยือนจะพบกับป้ายไฟในรูปแบบต่าง ๆ มากมาย อีกที่หนึ่งที่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับป้ายไฟก็คือ ย่านโดตมโบริ ในเมืองโอซาก้าประเทศญี่ปุ่นที่นั่นเป็นแหล่งรวมของป้ายโฆษณา และป้ายร้านที่เป็นป้ายไฟ ป้ายที่มีชื่อเสียงที่มีผู้คนไปถ่ายรูปเป็นจำนวนมากได้แก่ ป้ายไฟกูลิโกะ ที่มีรูปมิสเตอร์กูลิโกะสัญลักษณ์ของยี่ห้อขนมยืนชูแขนสองข้างอยู่เดิมทีป้ายนี้เป็นป้ายที่ประดับไปด้วยนีออนธรรมดา จนมาถึงในยุค 2000 ป้ายกูลิโกะจึงถูกปรับเปลี่ยนให้สวยขึ้นและเปลี่ยนหลอดไฟนีออนธรรมดาเป็นไฟ LED ในปัจจุบันนอกจากป้ายไฟจะใช้เพื่อการโฆษณาและบอกทางแล้ว ยังมีป้ายไฟเล็กๆ ทั้งเป็นรูปและตัวอักษรที่ผู้คนนิยมใช้ถือในงานคอนเสิร์ตเพื่อเชียร์ศิลปินที่ชื่นชอบอีกด้วย นับว่าป้ายไฟได้สร้างสีสันให้กับโลกใบนี้สว่างไสวสดใสมาตลอดกว่าครึ่งศตวรรษและเชื่อว่าป้ายไฟก็ยังคงสว่างไสวอยู่ทุกเมืองในโลกให้ผู้คนได้เห็นกัน เป็นการสื่อสาร และโฆษณาในยามกลางคืนที่ให้ทั้งข้อมูลและแสงสว่างแก่ผู้คน

ประโยชน์ของป้ายไฟแต่ละชนิด

ป้ายไฟถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพราะหากจะมองเรื่องของประโยชน์ในภาพรวมแล้วถือว่าเป็นสิ่งที่สร้างความสนใจ ดึงดูดให้กลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการเข้ามาหาได้มากขึ้น ยิ่งหากนำเอามาใช้ในด้านของธุรกิจประเภทการขายสินค้าแล้วป้ายไฟนับว่าเป็นตัวสนใจทีจะช่วยให้ลูกค้าหันมามองได้มากขึ้น ที่สำคัญการลงทุนของป้ายไฟก็ค่อนข้างมีความคุ้มค่าเป็นอย่างมาก เนื่องจากเราสามารถลงทุนเพียงครั้งเดียวแต่ใช้งานได้ในระยะยาวขึ้นอยู่กับชนิดของป้ายไฟนั้นๆ มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ป้ายไฟจะเป็นสิ่งที่ค่อนข้างเห็นได้บ่อยในการใช้ชีวิตประจำวันทั่วไป หากมองภาพรวมจริงๆ มันก็เหมือนกับเป็นตัวนำเสนออะไรบางอย่างที่คนใช้งานต้องการสื่อให้มันออกมา ถึงกระนั้นหากแยกประเภทของป้ายไฟแต่ละชนิดออกมาเราก็จะเห็นได้ว่า มันก็มีประโยชน์ในรูปแบบส่วนตัวของมันเองด้วยกันทั้งสิ้น ว่าแล้วก็ลองมาดูประโยชน์ของป้ายไฟแต่ละชนิดว่ามีอะไรกันบ้าง   1.ป้ายไฟวิ่ง – เรามักจะพบเห็นได้ทั่วไปตามสถานที่ราชการ โรงพยาบาล หรือธนาคารต่างๆ ประโยชน์ของป้ายไฟประเภทนี้คือการที่สามารถบอกเล่าถึงรายละเอียดเรื่องราวต่างๆ ที่สถานที่นั้นๆ ต้องการจะแจ้งให้กับคนที่มาใช้บริการได้ทราบ ส่วนใหญ่ที่มักจะติดไว้ตามสถานที่เหล่านี้ก็เพราะมันเป็นสถานที่ซึ่งคนมาใช้บริการจะต้องนั่งรอ เมื่อนั่งรอการที่ได้อ่านรายละเอียดจากป้ายไฟวิ่งเหล่านี้ก็จะช่วยให้พวกเขารับรู้ถึงสิ่งที่ทางสถานที่เหล่านั้นต้องการจะสื่อได้อย่างชัดเจน 2.ป้ายกล่องไฟ – ผู้ที่ใช้งานสามารถที่จะสร้างลวดลายตามที่ตัวเองต้องการได้จากกล่องไฟด้านนอกได้เลย มันทำให้เป็นการสร้างความน่าสนใจให้กับตัวป้ายไฟได้เป็นอย่างดี เหมาะกับธุรกิจประเภทค้าขายที่จำเป็นต้องใช้การดึงดูดลูกค้าเป็นอย่างยิ่ง เพราะเมื่อไฟถูกเปิดขึ้นมาลวดลายที่อยู่บนกล่องป้ายไฟก็จะเจิดจรัสขึ้นมาอย่างชัดเจน   3.ป้ายแบบการใช้หลอดไฟมาเรียงกัน – ส่วนมากจะเน้นเป็นคำพูดมากกว่า โดยประโยชน์ที่เราได้เห็นคือสามรถใช้เขียนเป็นคำพูดที่ต้องการสื่อออกไปได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้เรายังสามารถเลือกสีสันของหลอดเพื่อให้เกิดความสวยงามบนป้ายไฟได้อีกด้วย ที่สำคัญมันจะโดดเด่นมากเมื่ออยู่ในที่สลัวๆ ช่วยสร้างความประทับใจให้กับผู้พบเห็นได้เป็นอย่างดี 4.ป้ายไฟแบบดิจิตอล – ถือว่าเป็นป้ายไฟที่ใช้นวัตกรรมใหม่ สามารถสร้างความโดดเด่นให้กับพื้นที่บริเวณนั้นได้ค่อนข้างชัดเจน สามารถเลือกเอาสิ่งที่ต้องการนำเสนอขึ้นมาได้อย่างเป็นรูปธรรม เห็นภาพเคลื่อนไหวได้ ไม่ทำให้รู้สึกซ้ำซาก ดูเข้ากับยุคสมัยใหม่ที่เป็นยุคแบบดิจิตอลแบบนี้

ความปลอดภัยของการใช้งานป้ายไฟ

ปัจจุบันนี้เรามักจะได้ยินคำว่าป้ายไฟกันอยู่บ่อยๆ จากการที่เหล่าบรรดาแฟนคลับกลุ่มดาราศิลปินนิยมทำป้ายไฟที่มีชื่อหรือสัญลักษณ์ของศิลปินคนนั้นไปยืนถือให้กำลังใจในสถานที่ต่างๆ ทั้งที่จริงๆ แล้วการใช้งานป้ายไฟนั้นถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่ค่อนข้างได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานแล้วไม่ใช่แค่เพียงพึ่งจะมาเป็นกระแสหรือเป็นที่นิยมในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ อย่างไรก็ตามด้วยความที่ไฟฟ้าคือสิ่งที่เราไม่ควรจะเข้าไปเกี่ยวข้องถ้าหากไม่จำเป็นเนื่องจากมันเป็นสิ่งที่อาจส่งผลร้ายกับคุณไปตลอดชีวิตได้หากว่าสัมผัสกับมันโดยตรงจึงทำให้การใช้งานป้ายไฟจำเป็นจะต้องมีการระแวดระวังเป็นพิเศษ ว่าแล้วก็ลองมาดูวิธีการใช้งานป้ายไฟประเภทต่างๆ อย่างปลอดภัยว่าควรจะต้องทำอย่างไรบ้าง   1.การเดินไฟทุกครั้งต้องมีความละเอียดรอบคอบ – ปกติหากเป็นป้ายไฟที่ใช้ติดตามหน้าร้านหรือตามสถานที่ต่างๆ ที่ไม่ได้ใช้ถ่านสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของการเดินสายไฟ การเดินสายไฟกับงานป้ายลักษณะนี้ทุกครั้งต้องมีความละเอียดรอบคอบสูง เดินสายไฟในพื้นที่ที่คนไมพลุกพล่าน หรือไม่สุ่มเสี่ยงต่อการที่จะมีอะไรทำให้สายไฟเกิดการชำรุดเสียหาย ไม่อย่างนั้นหากสายไฟเกิดรั่วหรือเสียหายคนที่ไปสัมผัสเข้าก็อาจเกิดอันตรายได้   2.ไม่เลือกใช้ในบริเวณที่ใกล้กับน้ำ – ไฟฟ้ากับน้ำมันเหมือนเป็นเส้นขนานระหว่างกันมันไม่สามารถที่จะมาบรรจบเข้าหากันได้ การจะใช้งานป้ายไฟเรื่องของพื้นที่จึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อทำให้เกิดความปลอดภัย โดยวิธีการที่ดีที่สุดอย่าเอาไปใกล้กับบริเวณที่มีน้ำหรือมีโอกาสที่น้ำจะเข้าไปในป้ายไฟ เพราะนั่นอาจจะทำให้เกิดอันตรายได้   3.เลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพ – ไฟฟ้าไม่ใช่ของเล่นที่ใครก็สามารถเล่นกันได้ หากไม่มีความระมัดระวังก็อาจเกิดอันตรายจนนำไปสู่การสูญเสีย เรื่องของการเลือกวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่ก่อนนำมาทำเพื่อใช้งานจึงเป็นสิ่งสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เพราะหากนำวัสดุอุปกรณ์ไม่ดีมาใช้งานก็จะทำให้ประสิทธิภาพการใช้งานลดลง ยังรวมไปถึงความปลอดภัยที่น้อยลงอีกด้วย   4.ติดตั้งเบรกเกอร์ในบริเวณที่ใช้งานป้ายไฟ – มันอาจดูเป็นเรื่องที่วุ่นวายแต่จริงๆ แล้วการมีเบรกเกอร์ต่างหากของตัวป้ายไปจะช่วยให้ระบบการทำงานของป้ายไฟมีประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อเกิดปัญหาไฟรั่ว ไฟลัดวงจรเบรกเกอร์ที่ถูกแยกเอาไว้จะสามารถตัดไฟได้และไม่ทำให้พื้นที่ต่างๆ ต้องโดนตัดไฟจากการที่ป้ายไฟมีปัญหา ถือว่าเป็นการกันเอาไว้ดีกว่าแก้